ผู้เขียน หัวข้อ: แผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย  (อ่าน 2761 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Admin

  • Administrator
  • จป. ขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3422
  • คะแนนนิยม 942
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • ชุมชนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
    • อีเมล์
เหตุใดจึงจำเป็นต้องมีแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย



ในการบริหารกิจการนั้น จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายของยอดขายในแต่ละปี พร้อมทั้งระบุถึงวิธีการอย่างเป็นรูปธรรมที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของศักยภาพของกิจการและสภาวะแวดล้อมของการบริหาร ผนวกเข้ากับความพยายามร่วมมือร่วมใจกันของพนักงานทุกคน

สำหรับการควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยก็เช่นเดียวกัน จะต้องกำหนดเป้ามหมายว่าความปลอดภัยและสุขอนามัยนั้น ควรจะอยู่ในสภาวะเช่นใด จากนั้นก็จะต้องจัดทำแผนในการแก้ไขปัญหาทั้งที่กำลังเผชิญอยู่ และที่มักจะเกิดควบคู่กับการดำเนินกิจการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ดัง กล่าวข้างต้น

ประเด็นสำคัญของการควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย คือ การบังเกิดผลในทางที่ดีมากขึ้นทุกๆปีอย่างสม่ำเสมอ

ความปราถนาในการนี้ คือ ให้ อุบัติภัย เป็นศูนย์ (อุบัติเหตุเป็นศุนย์) และสร้างสภาพการณ์ที่ไม่มีปัญหาใดๆเลย ในแง่ของความบาดเจ็บ ความเจ็บป่วย หรือความบกพร่องทางสุขอนามัยอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงาน

ถ้าหากไม่สามารถสร้างแนวโน้มที่ลดลงทุกๆปี ของจำนวนครั้งในการเกิดอุบัติภัย หรือว่าการเกิดอุบัติภัยยังคงมีอัตราการลดและเพิ่มสลับกันไปอยู่ตลอดเวลา แล้วนั้น แสดงว่าความสามารถในแง่ดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้รับการสั่งสมให้ีมีรากฐานที่มั่นคงเพียงพอ ซึ่งแสดงว่านั่นยังไม่ใช่การควบคุมที่ส่งผลดีในระยะยาว

หรือหากปรากฎว่า อัตราการเกิดอุบัติภัยของกิจการตนสูงกว่ากิจการคนอื่นในประเภทเดียวกันอยู่มาก นั่นย่อมไม่เป็นที่น่าพอใจอย่างแน่นอน

แม้แต่ในกรณีที่ดำเนินการควบคุมด้วยวิธีการที่แต่ละหน่วยงานจัดทำแผนขึ้น เองไม่ว่าจะโดยการลองผิดลองถูก หรือด้วยความคิดชั่วแล่นผุดขึ้นในสมอง นั่นย่อมไม่สามารถวางรากฐานที่ดีได้ ซึ่งไม่ถือว่าประสบความสำเร็จแต่อย่างใด

เพราะถ้าหากไม่ใช่แผนควบคุมที่ถูกจัดทำขึ้นอย่างรัดกุม โดยมีพื้นฐานที่สอดคล้องกับนโยบายของผู้บริการระดับสูง ซึ่งผ่านการพิจารณากรั่นกรองเป็นอย่างดี และทุกหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างจริงจังต่อเนื่อง จนสามารถสั่งสมความสามารถและส่งผลให้เกิดอุบัติภัยลดลงทุกปีแล้ว ก็ไม่อาจกล่าวได้ว่านั่นเป็นการควบคุมที่ดี

แผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย จึงมีความจำเป็นด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้
สมัครสมาชิก เพื่อดูภาพและโหลดไฟล์ต่างๆ ได้ครบถ้วน คลิ๊กที่นี่ มาร่วมกันแบ่งปันความรู้ และพูดคุยกันนะครับ

ออฟไลน์ Admin

  • Administrator
  • จป. ขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3422
  • คะแนนนิยม 942
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • ชุมชนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
    • อีเมล์
ปัญหาในการจัดทำแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย


แผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นแผนซึ่งกิจการแต่ละแห่งต่างก็ ได้จัดทำขึ้นอย่างพิถีพิถันมาตั้งแต่เดิมแล้ว แต่แบบแผนและเนื้อหานั้นย่อมแตกต่างกันไปอย่างหลากหลาย

เพราะฉะนั้นจึงไม่มีหลักเกณฑ์อย่างเป็นรูปธรรมตายตัวว่า แผนควบคุมที่ดีนั้นควรเป็นเช่นไร หรือมีขั้นตอนในการจัดทำอย่างไร การเริ่มต้นจัดทำแผนดังกล่าวนี้จึงมักพบกับความลังเลใจไม่แน่ใจเป็นส่วนใหญ่

ในขณะเดียวกัน จากผู้เกี่ยวข้องของกิจการที่มีการจัดทำแผนอยู่แล้วนั้น ก้ได้จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาต่างๆ ที่มักจะเกิดขึ้นในการจัดทำแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย ดังต่อไปนี้

1. จับประเด็นปัญหาไม่ถูกเมื่อจะลงมือจัดทำแผน

2. ไม่ทราบวิธีที่จะจับประเด็น และจัดการกับปัญหาซึ่งต้องบรรจุไว้ในแผน

3. เนื่องจากเป็นการจัดทำแผนบนโต๊ะโดยไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นจากหน่วยงานที่ เป็นสายการผลิต แผนที่ได้จึงไม่สอดคล้องกับสภาพการณืที่เป็นจริง

4. แผนประจำปีที่จัดทำขึ้นใหม่ทุกปีนั้นมักไม่มีความโดดเด่นอะไร จึงไม่ทำให้ประสิทธิผลชัดเจน

5. แผนที่จัดทำขึ้นนั้นซับซ้อนยุ่งยาก เนื่องจากมีรายละเอียดหลากหลายและมากเกินไป ในที่สุดจึงไม่มีการนำไปดำเนินการจริง

6. หัวข้อของแผนดำเนินการกว้างเกินไป เขียนแบบครอบคลุมจักรวาล ซึ่งมีการหยิบยกแผนในการทำกิจกรรมต่างๆขึ้นมากล่าวอ้างมากมาย แต่ก็มักจะมีแต่รูปแบบจนไม่สามารถเชื่อมโยงกับการป้องกันอุบัติเหตุได้

7. แผนประจำปีที่จัดทำกันขึ้นมานั้นมักจะกลายเป็นเรียงความที่นำเสนอผู้บังคับ บัญชา ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์จริงของจุดปฏิบัติการเท่าที่ควร จึงไม่สามารถนำไปดำเนินการจริงได้

8. ด้วยเหตุที่เป็นแผนซึ่งจัดทำขึ้นฝ่ายเดียวอย่างมัดมือชกโดยหน่วยงานสต๊าฟ ดังนั้น หน่วยงานที่เป็นสายการผลิต จึงมักไม่ค่อยปฏิบัติตามแผนนั้นอย่างกระตือรือร้น

9. เนื่องจากเป็นแผนดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์จริงของที่ทำงาน จึงไม่อาจผลักดันให้สายการผลิตเกิดพลังใจที่จะลงมือปฏิบัติให้ดีพอ พฤติกรรมจึงเฉื่อยชา

10. แผนยังขาดความชัดเจนด้านรูปธรรม พอถึงเวลาที่จะลงมือปฏิบัติจริงกลับไม่ทราบว่าควรปฏิบัติเช่นใด

11. แผนที่จัดทำโดยบริษัท โรงงาน สถานประกอบการ สถานที่ทำการและจุดปฏิบัติงาน ไม่มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ในที่สุดจึงไม่มีสักแผนเดียวที่จะเชื่อมโยงไปถึงการลงมือปฏิบัติจริง

12. วิธีปฏิบัติตามแผนไม่ได้ถูกระบุให้เป็นรูปธรรมพอ วิธีปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานจึงไปคนละทิศละทาง และยังปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการตรวจสอบติดตามผล ผลการดำเนินการตามแผนดังกล่าวของกิจการนั้นๆ จึงขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

จากปัญหาต่างๆข้างต้น ทำให้แผนซึ่งผู้รับผิดชอบได้จัดทำขึ้นด้วยความยากลำบากนั้น กลายเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก และไม่เกิดประโยชน์ในความเป็นจริงเท่าที่ควร

ที่มา : หนังสือ แผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย โดย สสท.
สมัครสมาชิก เพื่อดูภาพและโหลดไฟล์ต่างๆ ได้ครบถ้วน คลิ๊กที่นี่ มาร่วมกันแบ่งปันความรู้ และพูดคุยกันนะครับ


safetynorth

  • บุคคลทั่วไป
 :cute-panda-emoticon-019: :ha03:+1ขอบคุณนะคะ :white-dog-emoticons-1:

ออฟไลน์ Admin

  • Administrator
  • จป. ขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3422
  • คะแนนนิยม 942
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • ชุมชนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
    • อีเมล์
พรุ่งนี้ จะมาเพิ่มเติมข้อมูลให้ครับ เผอิญได้หนังสือดีมาเล่มหนึ่ง ชื่อหนังสือตามที่อ้างอิงไว้ครับ
สมัครสมาชิก เพื่อดูภาพและโหลดไฟล์ต่างๆ ได้ครบถ้วน คลิ๊กที่นี่ มาร่วมกันแบ่งปันความรู้ และพูดคุยกันนะครับ

ออฟไลน์ Admin

  • Administrator
  • จป. ขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3422
  • คะแนนนิยม 942
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • ชุมชนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
    • อีเมล์
การจัดทำแผนควบคุมความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เข้าใจง่าย และมีประสิทธิผล



หากแผนบริหารกิจการมีสภาพการณ์เป็นไปดังเช่นที่กล่าวมาในหัวข้อที่แล้ว (ข้างบน)  กิจการนั้นๆจะต้องตกอยู่ในภาวะวิกฤติทันที

การควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยก็ไม่ต่างกัน คือ จำเป็นที่จะต้องจัดทำแผนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์จริงของกิจการและ นำไปดำเนินการให้เกิดประสิทธิผลได้ สิ่งสำคัญที่สุดในการจัดทำแผนดังกล่าว คือ การจัดทำแผนซึ่งพนักงานในบริษัทสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย และเกิดประโยชน์ได้

ประเด็นหลักๆ ที่ควรจะต้องใส่ใจมีดังต่อไปนี้ คือ

1. ทำความเข้าใจสภาพการณ์ที่แท้จริงของจุดปฏิบัติงานและจัดทำแผนที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์นั้น

2. แผนดังกล่าว ควรจะสะท้อนความคิดเห็นของสายการผลิต และผู้ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

3. ไม่กำหนดหัวดำเนินการแบบเหวี่ยงแหครอบจักรวาล แต่ต้องเน้นไปที่ประเด็นสำคัญซึ่งจะก่อให้เกิดประสิทธิผล

4. แทนที่จะจัดทำแผนซึ่งใช้ภาษาที่ลึกซึ้งเข้าใจยากเพื่อเน้นความสวยหรูหรือ เพื่อให้ฟังดูขลัง ควรใช้ภาษาที่เรียบง่ายซึ่งสามารถสื่อความหมายได้อย่างชัดเจนกับพนักงาน ทุกระดับชั้น

5. ไม่ว่าจะเป็นแผนซึ่งใช้กับทั้งบริษัท โรงงาน สถานประกอบการ สถานที่ทำการ หรือจุดปฏิบัติงาน ควรเป็นแผนซึ่งมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

6. ในแต่ละหัวข้อดำเนินการที่กำหนดไว้ในแผนควบคุมนั้น ควรระบุให้ชัดเจนลงไปว่า “หน่วยงานใด ใครควรทำอะไร และอย่างไร เมื่อใด”

7. มีการกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบความคืบหน้าของกิจกรรมซึ่งดำเนินการไปบนราก ฐานของแผนการควบคุมอยู่สม่ำเสมอ พร้อมกับมีการปรับปรุงแก้ไขตามความจำเป็น
สมัครสมาชิก เพื่อดูภาพและโหลดไฟล์ต่างๆ ได้ครบถ้วน คลิ๊กที่นี่ มาร่วมกันแบ่งปันความรู้ และพูดคุยกันนะครับ

ออฟไลน์ Admin

  • Administrator
  • จป. ขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3422
  • คะแนนนิยม 942
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • ชุมชนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
    • อีเมล์
หลักการพื้นฐานของการจัดทำแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย

1. หน่วยงานnี่จัดทำแผน
ต่อไปนี้จะขออธิบายถึงวีธีจัดทำแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยโดยทั่วไปแบบเป็นรายปี

หน่วยงานที่จะจดัทำแผนดังกล่าว ย่อมจะแตกต่างไปตามขนาดของกิจการและสถานที่ปฏิบัติงาน สำหรับกิจการขนาดเล็กที่มีพนักงานประมาณ  100 – 200 คนนั้น ไม่จำเป็นต้องจัดทำแผนของแด่ละหน่วยงาน แต่น่าจะจัดทำแผนของทั้งบริษัทแล้วใช้ดำเนินการร่วมกันในทุกหน่วยงาน

ส่วนกิจการขนาดกลางซึ่งมีสำนักงานใหญ่เป็นสถานทีทำการเพึยงแห่งเดียว ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็นจุดปฏิบัติงานทลายจุดและมีพนักงานอยู่หลายร้อยคนนั้น ควรจะใช้แผนของทั้งบริษัทเป็นหลักสำหรับสถานที่ทำการดังกล่าว    แล้วทำแผนสำหรับแต่ละจุดปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรมและเหมาะสมกับแต่ละจุดมาก ขึ้นโดยยึดแผนของทั้งบริษัทเป็นแนวทาง

และถ้าหากเป็นกิจการขนาดใหญ่ที่มีสถานที่ทำการหลายแห่ง ก็ควรจะต้องจัดทำแผนสำหรับของทั้งบริษัท และแผนสำหรับสถานที่ทำการแต่ละแห่ง และแผนสำหรับจุดปฏิบัติงานแต่ละจุดด้วย

2. ช่วงอายุของแผน

โดยหลักการพื้นฐานแล้ว แผนดังกล่าวควรมีการจัดทำขึ้นทุกปี

ส่วนช่วงอายุของแผนนั้น อาจจะเริ่มทำตั้งแต่เดือนมกราคมของทุกปีและไปหมดอายุเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม โดยจัดทำแผนให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทในแต่ละปี หรือจะเริ่มแผนใหม่ ณ ไตรมาศใดก็ได้โดยใช้แผนให้ครบปี แล้วแต่ว่ากิจการนั้นๆ มีจุดเริ่มต้นของนโยบาย หรือแผนทั่วไปใหม่ ณ เวลาใด

3. แบบแผน และ หัวข้อของการจัดทำแผน

เนื่องจากว่าการควบคุมเพื่อความปลอดภัยและการควบคุมสุขอนามัยในแต่ละ หน่วยงานนั้น มักจะเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันเป็นส่วนใหญ่ ระยะหลังนี้กิจการและสถานที่ทำการได้รวมเอาแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและ สุขอนามัยเข้าด้วยกัน โดยจัดทำเป็นแผนควบคุมความปลอดภัยและสุขอนามัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

แผนควบคุมนี้ ไม่ว่าจะเป็นกิจการประเภทใด มีขนาดเท่าใด หรือหน่วยงานใดเป็นผู้จัดทำแผนก็ตาม โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้แบบแผนซึ่งจะระบุ นโยบายพื้นฐาน ,เป้าหมาย ,สโลแกน หรือ คำขวัญ ,หัวข้อปฏิบัติที่สำคัญ ,หัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และแผนที่ปฏิบัติการจริงเอาไว้

ท่านสามารภดาวน์โหลดตัวอย่างแบบฟอร์ม ได้ที่  http://forums.thaisafetywork.com/index.php?topic=1367.msg4829

4. วิธีการจัดทำแผน

(1) นโยบายพื้นฐาน

นโยบายพื้นฐานของบริษัทหรือองค์กร ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นตัวบ่งชี้ถึงท่าทีที่มีต่อการป้องกันอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน ของผู้บริหารระดับสูง และเป็นรากฐานของนโยบายโดยรวม
นอกจากจะต้องระบุถึงลำดับความสำคัญของความปลอดภัยและสุขอนามัย ตลอดจนทิศทางอย่างเป็นรูปธรรมของการควบคุมความปลอดภัยและสุขอนามัยในแง่ของ การบริหารงานแล้ว  ยังจำเป็นต้องระบุถึงเจตนาที่ชัดเจนของผู้บริหารระดับสูงด้วย

นโยบายพื้นฐานนี้ไม่วา่จะถูกนำเสนอในรูปของบทความหรือหัวข้อก็ตามแต่ ควรนำเสนอด้วยภาษาที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย

(2) เป้าหมาย

ต้องกำหนดเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมที่ต้องการจะบรรลุให้ถึงในปีต่อไปจากการดำเนินการตามแผนควบคุมดังกล่าว

เป้าหมายดังกล่าวนี้ ควรระบุเป็นตัวเลข เพื่องบ่งชี้ถึงเป้าหมายของการควบคุมเพื่อความปลอดภัยควบคู่กับการควบคุม สุขอนามัยและสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ความปลอดภัยที่กล่าวถึงนี้ ครอบคลุมถึงอัตราของจำนวนครั้งและจำนวนรายของอุบัติเหตุ จำนวนวันและเวลาของการบรรลุเป้าหมายของสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่เป็นศุนย์ จนถึงจำนวนรายของการรายงานจากฝ่ายที่รับฟังปัญหาและจำนวนรายที่แล้วเสร็จของ การวางมาตรฐานการปฏิบัติงาน

ส่วนสุขอนามัยที่ต้องควบคุมนั้น จะครอบคลุมตั้งแต่อัตราและจำนวนของการลาป่วยเพราะโรคระบาดไปจนถึงเป้าหมาย ของการสร้างสภาพแวดล้อมของการปฏิบัติงานและการควบคุมสุขภาพของพนักงาน

ถ้าหากแผนนั้นครอบคลุมถึงความปลอดภัยในการคมนาคมด้วยแล้ว ก็จะต้องระบุถึงจำนวนรายของอุบัติเหตุและอุบัติภัยที่เกิดจากการคมนาคมด้วย

อย่างไรก็ตาม ควรมีทัศนคติที่ว่า หากตั้งใจจริงและพยายามให้เต้มที่แล้ว ย่อมจะบรรลุเป้าหมาย

แต่ว่ามาในระยะหลังนี้ เนื่องจากมีทัศนคติที่เหนียวแน่นว่า ไม่ควรมีการก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับพนีกงานเลยแม้แต่คนเดียว การระบุถึงอัตราที่ลดลงของจำนวนรายของการเกิดอุบัติเหตุในการกำหนดเป้าหมาย จึงลดลง และหันมาเน้นที่เป้าหมายให้ “อุบัตเหตุร้ายแรงเป้นศูนย์” หรือ”อุบัติภัยที่ก่อให้เกิดการหยุดพักงานเป็นศูนย์” เพิ่มมากขึ้น

เพราะอุบัติภัยที่ก่อให้เกิดการหยุดพักงานนั้น ในกรณีที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะพยายามให้ลดลงจาก 5 ราย เหลือ 3 ราย ซึ่งถึงแม้ว่าผลจากความตั้งใจจริงของทุกฝ่ายจะสามารถทำให้ลดลงจนเหลือเพียง 2 รายก็ตาม แต่ทรัพยากรบุคคลดังกล่าวไม่มีใครสามารถทดแทนใครได้ ในเมื่อมีพนักงานต้องประสบกับอุบัติเหตุจากการทำงานถึง 2 คน แม้จะน่าชมเชยในความพยายามที่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีแต่อย่างใด

(3) สโลแกน หรือ คำขวัญ

เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานทุกๆคน หน่วยงานจึงควรมีสโลแกนซึ่งสื่อด้วยภาษาที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความหมาย ที่ปลุกจิตสำนึกของการปฏิบัติตามแผนควบคุม

(4) หัวข้อปฏิบัติที่สำคัญ กับหัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

เริ่มจากทำความเข้าใจสภาพการณ์

A . จับประเด็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข
ด้วยเหตุที่หัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมนั้น จะเป็นปัจจุยสำคัญที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายโดยตั้งอยู่บนฐานของนโยบายพื้น ฐาน จึงควรกำหนดหัวข้อที่สามารถหวังผลได้มากที่สุด

และเพื่อที่จะจัดทำแผนที่ดีสอดคล้องกับสภาพการณ์ที่แท้จริงของที่ทำงาน ควรทำความเข้าใจกับสภาพการณ์นั้นๆอย่างถ่องแท้พร้อมๆกับการสะท้อนความคิด เห็นของผู้เกี่ยวข้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ซึ่งถ้าหากไม่สามารถทำความเข้าใจกับสภาพการณ์และสะท้อนความคิดเห็นของผู้ เกี่ยวข้องได้ดีพอแล้ว จะก่อให้เกิดปัญหาต่อไปนี้ตามมา ซึ่งแผนที่ควบคุมได้จะมีข้อที่เปล่าประโยชน์มากมาย และยากแก่การดำเนินการให้มีประสิทธิผลด้วย

- มองข้ามปัญหาสำคัญซึ่งทำให้ไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงถึงรากเหง้าของปัญหาได้
- จะกลายเป็นแผนซึ่งอยู่ในรูปของบทความ ไม่สามารถนำไปสู่การกำหนดทิศทางที่เหมาะสมกับที่ทำงานได้
- กลายเป็นแผนครอบจักรวาลซึ่งต้องมีจุดให้ควบคุมมากเกินความจำเป็น
- ไม่สามารถเป็นแรงจูงใจที่ดีพอ หน่วยงานต่างๆจึงไม่กระตือรือร้นที่จะปฏิบัติตาม

การทำความเข้าใจกับสภาพการณ์ของที่ทำงานหรือจุดปฏิบัติงานนั้น นอกจากจะสอบถามถึงปัญหาที่เผชิญอยู่จากผู้เกี่ยวข้องแล้ว ยังต้องทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุและอุบัติภัย การตรวจตราความปลอดภัยที่กระทำเป็นกิจวัตร ตลอดจนความเป็นไปของกิจกรรมเสริมสร้างความปลอดภัยทุกรูปแบบ และผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของแผนผลิตในปีต่อไปพร้อมๆกันไปด้วย ซึ่งหมายถึงว่าจะต้องทำรายการของปัญหาท่ควรแก้ไขจากทุกมุมมองสำหรับปีต่อไป ขึ้นมา

B. จับประเด็นปัญหาที่ฝังรากลึก
ในเรื่องใดก็แล้วแต่หากมองเพียงสภาพการณ์ปัจจุบันแล้ว คงจะไม่สามารถดำเนินการแก้ไขชนิดถอนรากถอนโคนได้ ซึ่งก็หมายความว่ายังไม่ใช่มาตรการรับมือกับปัญหาอย่างถาวร
ฉะนั้น จึงควรจับประเด็นปัญหาที่ฝังรากลึกซึ่งควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขขึ้นมาทีละ ประเด็น จากมุมมองของสภาพการณ์ปัจจุบัน แล้วตั้งคำถามว่า “เพราะอะไร” กับทุกๆปัญหานั้น
ประเด็นปัญหาที่ถูกยกขึ้นมานั้น ยกตัวอย่างเช่น “มักไม่มีการใช้ตาข่ายนิรภัยในการปฏิบัติงานในที่สูง” ซึ่งเป็นการกล่าวถึงสภาพการณ์ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนั้น อันเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป ในที่สุดก็มักจะใช้วิธีแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อย่างในกรณีนี้ก็คงจะเป็นการรณรงค์ให้ “พยายามใช้ตาข่ายนิรภัยอย่างเคร่งครัด” ซึ่งจะกลายเป็นการเชิญชวนที่ขาดน้ำหนัก และยากที่จะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังจนเห็นผล
เพราะฉะนั้น วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องจึงควรจะมองลึกลงไปถึงต้นเหตุหรือรากเหง้าของ ปัญหานั้นด้วยการตั้งคำถามว่า “เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น?”
คำถามที่จะค้นพบตามมาจึงอาจจะเป็นว่า “ยังมีจิตสำนึกต่อสิ่งนี้ไม่เพียงพอ” หรือ “ขาดการถูกอบรมให้รับรู้ถึงความจำเป็น” หรือ “ไม่มีจุดที่จะติดตั้งตาข่ายนิรภัย” เป็นต้น ซึ่งต้นตอของปัญหาอันสืบเนื่องมาจากวิธีการปฏิบัติงานหรือการควบคุมดูแลจะ ปรากฏเด่นชัดขึ้น ทำให้สามารถกำหนดมาตรการในการแก้ไขปรับปรุงได้อย่างเป็นรูปะรรม

สิ่งที่สำคัญ คือ เฟ้นหาประเด็นปัญหาที่สำคัญจากปัญหาที่ฝังรากลึกซึ่งได้หยิบยกกันขึ้นมา แล้วแก้ไขปรับปรุงไปทีละประเด็นตามลำดับ

C. กำหนดหัวข้อปฏิบัติที่สำคัญ กับ หัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
กำหนดมาตรการแก้ไขปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรมที่น่าจะมีประสิทธิผลมากที่สุด สำหรับแต่ละปัญหาที่ได้ถูกหยิบยกและคัดเลือกไว้แล้ว มาตรการการแก้ไขและปรับปรุงดังกล่าวจะเป็นหัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะต้องจัดแยกประเภทและกำหนดหัวข้ออีกทีหนึ่งเพื่อกำหนดเป็นหัวข้อ ปฏิบัติที่สำคัญเร่งด่วน

การนำเสนอหัวข้อทั้ง 2 ประเภทนี้ จะต้องเขียนขึ้นโดยแจกจแงรายละเอียดเป็นข้อๆด้วย ภาษาที่เข้าใจง่าย โดยอธิบายให้ละเอียดจนสามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่าควรจะทำอะไรและอย่างไร

(5). แผนปฏิบัติการจริง

เพื่อไม่ให้แผนเป็นเพียงข้อความบนแผ่นกระดาษ เราจำเป็นต้องดำเนินการตามแผนนั้น แต่ถ้ามีเพียงการกำหนดหัวข้อที่ต้องปฏิบัติอย่างเป้นรูปธรรมเท่านั้น ก้คงไม่มีใครทราบได้ว่าควรจะปฏิบัติอย่างไรบ้างจึงจะเป้นการดำเนินการตามแผน อย่างเป้นรูปธรรม การลงมือปฏิบัติของหน่วยงานต่างๆ จึงดำเนินไปในทิศทางเดียวกันได้ยาก

เพราะฉะนั้นจึงจำเป้นอย่างยิ่งที่จะต้องวางกลยุทธ์เพื่อให้มีการปฏิบัติ การตามแผนอย่างได้ผล สำหรับในแต่ละ “หัวข้อปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม” ที่กล่าวถึงมาตลอด โดยจัดทำเป็นแผนรายปีซึ่งระบุเป้าหมายที่จะปฏิบัติให้บรรลุผลในแต่ละเดือน

สำหรับแผนปฏิบัติการจริงนี้ อาจจะมีกรณีที่แจกแจงรายละเอียดของขั้นตอนดำเนินการสำหรับหัวข้อปฏิบัติที่ ต้องเน้นความสำคัญแยกออกมาจากเอกสารแนบ แต่เชื่อว่าถ้าระบุรายละเอียดไว้ในแผนเลยก็จะประหยัดเวลาและดำเนินการได้ ง่ายกว่า

5. แผนกิจกรรม

ควรจะต้องมีการจัดทำแผนกิจกรรมโดยรวมเป็นรายเดือน โดยยึดแผนควบคุมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่จัดทำไว้นั้นเป็นรากฐาน ซึ่งเป็นใบแทรกแนบอยู่ในแผน (ตัวอย่างแบบฟอร์มจะจัดให้โหลดในเว็บบอร์ดครับ)

กิจกรรมที่ว่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่ส่งผลกับพนักงานทั่วทั้งองค์กร ซึ่งจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อันได้แก่ การตรวจตราความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย การประเมินสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน การเสนอผลงาน การจัดการแข่งขันกีฬา การตรวจสุขภาพ เป็นต้น โดยระบุไว้ให้เป็นแผนกิจกรรมที่กำหนดระยะเวลา วันเวลา และเนื้อหาของกิจกรรมให้ชัดเจน

ที่มา :  คู่มือการจัดทำแผนเพื่อควบคุมความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย ของ ส.ส.ท.
สมัครสมาชิก เพื่อดูภาพและโหลดไฟล์ต่างๆ ได้ครบถ้วน คลิ๊กที่นี่ มาร่วมกันแบ่งปันความรู้ และพูดคุยกันนะครับ

 


Facebook Comments